หน้าหลักศูนย์พระเครื่องห้องแสดงพระวิธีเช่า-สั่งจองเว็บบอร์ดติดต่อโฆษณา
 
พระหูยานลพบุรี
โดย จ.ส.อ. เอนก เจกะโพธิ์


พระหูยานพิมพ์กลาง กรุใหม่
กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี

พระหูยานลพบุรี
•••••••••••••••••••••••••

ในบรรดาพระเครื่องของเมืองละโว้หรือเมืองลพบุรี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในอดีตและปัจจุบัน ที่นักนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายชื่อชอบและประทับใจยิ่งนั้น คงได้แก่พระหูยานและรองลงไปอีกหลายสิบชนิด อาทิเช่น พระร่วง, พระนาคปรก, พระเทริดขนนก, พระซุ้มนครโกษา, พระยอดขุนพลวัดไก่, พระเดี่ยวดำ-เดี่ยวแดง,พระรอดหนองมน, พระร่วงกรุม่วงค่อม, พระกรุถ้ำมหาเถร, พระกรุช่างกล, เหล่านี้เป็นต้น พระประเภทนี้โดยมากมักจะเป็นที่นิยมชมชอบ ของบรรดานักสะสมทั้งหลาย ได้พยายามใฝ่หาไว้ในครอบครอง เพราะปรากฏการณ์ในอดีตที่ผ่านมาในเรื่องอำนาจปาฏิหาริย์ของพระพุทธคุณ เป็นที่เชื่อถือได้ เป็นที่เลื่องลือระบือไกล จนมีชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะอยู่นอกหรือในแคว้นเดนไกล ลือลั่นดังกระหึ่มก้องไม้รู้หาย พระประเภทดังกล่าวมานี้เป็นที่สนใจของทุกๆ คนมาโดยตลอด ไม่ว่าเจ้านายฝ่ายใดทุกระดับชั้นที่เข้ามารับราชการในเมืองนี้ พอย่างเข้ามาถึง อันดับแรกที่จะพูดก็คือ พระหูยานเมืองลพบุรี กิติศัพท์และพุทธคุณอันสูงส่งเป็นที่โจษขานกันอย่างระเบ็งเซ็งแช่มาแต่อดีต จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เสียงลือเสียงเล่าอ้างนั้นคงจะดังกระหึ่มอยู่อย่างนี้ชั่วกัปชั่วกัลป์

พระหูยานมีด้วยกันหลายสิบกรุ และมีอยู่โดยทั่วไปในพื้นที่ใกล้เคียงกับจังหวัดลพบุรี อาทิเช่น พระหูยานสุพรรณบุรี พระหูยานสรรค์บุรี(ชัยนาท) พระหูยานราชบูรณะ อยุธยา พระหูยาานสิงห์บุรี พระหูยานทุ่งยั้ง (อุตรดิตถ์) พระหูยานสมอปรือเพชรบุรี พระหูยานที่กล่าวนามจังหวัดเหล่านี้ มีพุทธศิลปและพุทธลักษณะ ส่วนสัดใกล้เคียงกันมาก สำหรับเนื้อันเป็นวัตถุที่นำมาสร้างคงได้แก่ ดีบุกหรือเงิน เนื้อตะกั่ว เนื้อดิน บางกรุมีเนื้อผงปูขาว (หรือที่บางคนเรียกว่าเนื้อหุ้มข้าวก็มี) เหตุที่ยืนยันว่ามีเนื้อผงปูนขาวนั้นเพราะเห็นของแท้มาจริงๆ ยืนยันได้ (กรุถ้ำมหาเถรไงครับ)

เรื่องของความสมบูรณ์แบบหรือเรื่องของสนิมกรุนั้น แล้วแต่การฝังกรุหรือกรุเสื่อมสภาพหรือไม่เท่านั้น กรุบางกรุอยู่ในชั้นสมบูรณ์ ก็ทำให้พระมีความงามมากไม่ผุกร่อนหรือมีรอยระเบิดเกินไป แต่ถ้ากรุใดถูกเปียกชื้นมาก หรือน้ำท่วมกรุ ไหบรรจุเกิดแตกหรือบุบสลายก็จะทำให้พระภายในกรุชำรุดสูญเสียได้มาก ดังนั้นสภาพพระมักจะไม่เหมือนกัน จะมีเหมือนกันบ้างก็ส่วนน้อยส่วนสนิมกรุนั้นก็เช่นกันถ้าเป็นเนื้อตะกั่ว ก็อาจจะเกิดสนิมแดง ถ้าเป็นเนื้อดีบุก หรือชินก็จะเกิดสนิมขุมจับเกาะแน่นทั่วๆ บริเวณองค์พระ ถ้าเป็นเนื้อปูขาวหรือผงขาว ฝังกรุนานเข้าก็จะเกิดคราบฟองเต้าหู้ อันหมายถึงว่า น้ำมันส่วนผสมของปูนเช่นตั้งอิ๊ว จะลอยออกนอกเนื้อมาจับอยู่รอบๆองค์พระเกาะแนบแน่น มีสีขาวอมเหลืองบ้างหรือสีอื่นบ้างแล้วแต่สภาพกรุเช่นกัน พระเช่นว่านี้จะมีลักษณะเดียวกับพระกรุวัดใหม่ปากบาง ความเก่าของผิวกรุทำให้เราสามารถเปรียบเทียบและพิสูจน์ได้ว่าเป็นของแท้หรือของเทียม ซึ่งมีลักษณะหรือส่วนที่ใกล้เคียงกันระหว่างพระเนื้อชิน(ดีบุก) เนื้อดิน เนื้อตะกั่ว ถ้าเราเอาทั้ง 3-4 อย่างมาพิจารณาเปรียบเทียบกันแล้วก็จะรู้ได้ไม่ยากนักว่าแท้หรือเทียมเป็นอย่างไร

กรุพระหูยานของจังหวัดลพบุรี มีด้วยกันหลายกรุ เพราะผู้สร้างมักจะสร้างพระหูยานเข้าบรรจุไว้ในพระเจดีย์ต่างๆ หรือวัดต่างๆ ที่มีบริเวณใกล้เคียงกันอยู่ไม่น้อยเลย จึงทำให้พระแต่ละกรุมีเอกลักษณ์และจุดสังเกต (หรือที่บางคนเรียกว่าตำหนิ) นั้นมีไม่เหมือนกัน นับเป็นสัญญาลักษณ์อย่างหนึ่งที่เราสามารถจะบอกได้ว่าเป็นพระกรุไหนแน่ (ต้องรู้จริงชำนาญจริง) ถ้าไม่รู้หรือเดาเอาเฉยๆ ก็แสดงว่าจับพระนั้นยัดเข้าที่นั่นที่นี่ (ไม่รู้จริง) เป็นสิ่งที่น่าอดสูใจยิ่ง คนบางคนเข้าใจว่าพระหูยานกรุช่างกลมี ที่จริงแล้วไม่เคยปรากฏว่ามีเลย จำไว้ด้วย เหตุที่ยัดกรุอย่างนี้ผู้เขียนเชื่อว่าต้องการเอากรที่ดังๆ มาตั้งสรรพคุณมากกว่า หรือเพื่อจะได้ให้คนเชื่อมากกว่าจึงกล่าวเช่นนั้น

พระหูยานต่างกรุจึงมักจะไม่เหมือนกันในเอกลักษณ์ของแต่ละกรุ แต่ละทรวงทรงหรือลักษณะเล็ก-ใหญ่ ใกล้เคียงกันมาก พระหูยานบางกรุอยู่ในชั้นที่สมบูรณ์แบบ ผิวของชิน (ดีบุก) ยังขาวฝังจับเนื้อแน่นดูคล้ายของใหม่เลยก็มี ต้องดูให้ดีว่าผิวนั้นเป็นมันอยู่หรือเปล่า ถ้าเป็นมันอยู่หรือผิวไม่แห้งสนิทเลยนั้นอาจจะเป็นของเทียมค่อนข้างแน่ ถ้าเป็นของแท้จริงผิวของดีบุกหรือชินจะแลดูผิวขาวนวลแห้งสนิทเหมือนดังปุยเมฆ (แหงมองท้องฟ้า) เปรียบเทียบดู แห้งแบบด้านๆ จะมีส่วนหมองคล้ำของผิวนิดๆ สิ่งสำคัญที่สุดนั้นต้องพิสูจน์ให้ถูกต้องเนื้อถูกต้อง คนลพบุรีเองบางคนคล้องพระหูยานเก๊ก็มีมากมาย ของแท้ถูกนักนิยมสะสมพระเครื่องชาวกรุงหรือผู้มั่งคั่งจังหวัดอื่นๆเช้าไปแทบหมดแล้ว คงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยเท่านั้น พอจะกำหนดตัวคนที่มีได้ พระหูยานเป็นยอดจักรพรรดิของพระเครื่องพิมพ์หนึ่ง เป็นยอดมหาอุตและคงกระพันชาตรี จนกระทั่งมีนักนิยมพระรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ให้สมญานามท่านว่า "ยอดจักรพรรดิแห่งกรุงละโว้" ไม่ว่าจะเป็นอภินิหารปาฏิหาริย์ความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ และสิ่งมหัศจรรย์ นานับประการอยู่ในองค์พระหูยานทั้งหมด พระอื่นๆ ก็มีผู้กล่าวขานเป็นรองๆ ลงไป

พระหูยานพิมพ์ใหญ่ กรุใหม่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี

ความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่ของพระหูยาน มีผู้พูดหลายร้อยหลายพันคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครั้งแล้วครั้งเล่าว่า พระหูยานนั้นเหนียวชะมัด (ไม่ใช่เหนียวหนี้) ขนาดปืนยังไม่ดังหนังไม่ถลอกซึ่งเป็นเรื่องที่เล่าติดต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับเป็นร้อยเป็นพันราย ไม่มีเสื่อมคลาย เหตุนี้เองจึงมีนักสะสมทั้งรุ่นใหม่สนใจหากันอยู่มิได้ขาด และยังจะหากันต่อไปอีกนานเท่านานไม่มีวันจบสิ้น

เมืองลพบุรี เป็นเมืองที่มีพระเครื่องมากเมืองหนึ่ง และเป็นพระที่นักนิยมทั้งหลายยอมรับนับถือในคุณค่า ตลอดจนกระทั่งศิลปกรรม อันเป็นโบราณวัตถุที่มีความเก่าแก่มาแล้วช้านานและจัดเป็นพระเครื่องที่มีศิลปสมัยสูงสมัยหนึ่ง นักสะสมหรือนักนิยมพระที่รู้จริงสามารถบอกได้ว่าเป็นพระสมัยลพบุรี ที่บอกได้เพราะเขารู้ศิลปจริง จะมีผิดพลาดบ้างก็เล็กน้อย เว้นไว้แต่ว่าพระที่ลอกเลียนแบบสมัยสูงๆ โดยก๊อปปี้หรือถอดพิมพ์แล้วนำมาทำใหม่ในยุคที่ต่ำกว่า หรือระยะหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างสมัยกัน เป็นเรื่องที่มีปัญหาถกเถียงกันอยู่เสมอ บางคนว่าถึงยุค บางคนบอกว่าไม่ถึงยุคสมัย คนประเภทนี้ไม่รู้ศิลปที่แท้จริง ไม่เคยเรียนศิลปมาก่อน ย่อมจะพูดชนิดบิดเบือนความเป็นจริงอยู่ตลอด คนประเภทนี้ไม่รู้จักศิลปะ และไม่รู้จักวิธีการลอกเลียนแบบอีกด้วย จึงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันเสมอมา (คนที่เรียนศิลปมาจึงจะรู้แจ้ง) พระเครื่องในสมัยอยุธยา มีศิลปลพบุรีก็มี เพราะอยุธยาต้องเลียนแบบมาจากสมัยสูงกว่านั่นเอง หรือในสมัยอยุธยานำเอาพระเครื่องที่มีศิลปสมัยสูงกว่าเช่นลพบุรีนำไปบรรจุยังกรุอยุธยา ก็มีพบกันอยู่บ่อยๆ และเสมอๆ ในสมัยรัตนโกสินทร์ (ปัจจุบันนี้) ก็มีการลอกเลียนแบบสร้างพระทุกสมัยที่เหนือกว่าก็มีมากมี เป็นการสืบทอดเจตนาของช่างผู้สร้างเอาว่าอย่างไหนดีและไม่ดี

พระหูยานแต่ละกรุที่ผู้เขียนจำได้และรวบรวมไว้มีประมาณ 21 กรุ ดังนี้คือ

1. พระหูยานกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (กรุต้นกำเนิดหรือกรุหัวปี) 2440 ลพบุรี
2. พระหูยานกรุวัดปืน ลพบุรี
3. พระหูยานกรุวิหารกรอ (เนื้อดินบัวคว่ำ-บัวหงาย)
4. พระหูยานกรุอินทรา ลพบุรี (ที่ฐานมีรอยตาปูตอกเป็นกรุ)
5. พระหูยานกรุตาพริ้ง พิมพ์คอพอก ลพบุรี
6. พระหูยานกรุตาอิน ลพบุรี
7. พระหูยานกรุถ้ำมหาเถร (พระเกศมาลาแหลม)
8. พระหูยานกรุวัดเจาะหู
9. พระหูยานกรุยอดพระปรางค์
10. พระหูยานกรุวัดกำแพง เนื้อตะกั่วสนิมแดง (ลำน้ำบางขาม) บ้านหมี่ลพบุรี
11. พระหูยานกรุวัดราชบูรณะ (หลังวัดพรหมมาสตร์) ลพบุรี
12. พระหูยานกรุวัดราชบูรณะ (อยุธยา)
13. พระหูยานเนื้อดิน สุโขทัย
14. พระหูยานกรุน้ำผึ้ง จ.สิงห์บุรี อำเภอบางระจัน
15. พระหูยานกรุวัดขื่อคำ สรรค์บุรี (เนื้อตะกั่วสนิมแดง)
16. พระหูยานกรุวัดมหาธาตุ สุพรรณบุรี
17. พระหูยานกรุสมอปรือ เมืองเพชรบุรี (วัดค้างคาว)
18. พระหูยานกรุกรุทุ่งยั้ง อุตรดิตถ์
19. พระหูยานกรุวัดพระธาตุ สรรค์บุรี (บัวพันปลา) หรือวัดศรีษะเมือง ชัยนาท
20. พระหูยานกรุวัดสิงหล (เหนือวัดป่าธรรมโสภณ วัดร้าง ชินผุทั้งหมดเห็นแต่รูปร่างเท้านั้น)
21. พระหูยานกรุวัดมหาธาตุ อยุธยา

พระหูยานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีรูปลักษณะหรือทรวงทรงใกล้เคียงกันมาก เว้นไว้แต่สิ่งที่ผิดเพี้ยนในเรื่องของแม่พิมพ์หรือจุดสังเกตุในพิมพ์บ้าง (ที่บางคนเรียกว่า "ตำหนิ") พระหูยานมีอยู่ 3 พิมพ์ด้วยกันคือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก ส่วนจะเรียกว่าหน้าพระ หน้านาง หน้าเทวดา หน้ายักษ์ นั้นก็แล้วแต่จะเรียกตามความคิดเห็น ส่วนบัวซึ่งเป็นที่ประทับนั้นมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ บัวคว่ำและบัวหงาย พระที่แตกกรุออกมาครั้งแรกนั้น คนทั้งหลายเรียกว่า "พระหูยานกรุเก่า" พระที่แตกกรุเมื่อปี 2508 คนทั้งหลายเรียกกันว่า "พระหูยานกรุใหม่" ทั้งกรุเก่าและกรุใหม่เป็นพระพิมพ์เดียวกัน

พระหูยานพิมพ์ใหญ่ กรุเก่า กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี

การพบพระหูยานนั้นเพราะคนร้ายหลายรุ่น หลายกลุ่ม หลายยุค หลายสมัย ได้ซ่องสุมชุมนุมพลวางแผนกันขุดบางทีได้มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่โอกาสหรือความมากน้อยในแต่ละพระเจดีย์ที่บรรจุ ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรก็พยายามค้นหาหลักฐานเหล่านั้นด้วย และได้ไว้ในพิพิธภัณฑ์บ้างแต่ก็ยังไม่ได้มากเท่ากับคนร้าย ในการลักลอบขุดแต่ละครั้งบางทีก็พบแม่พิมพ์พระชนิดต่างๆ รวมอยู่ด้วย แต่โดยมากเป็นเนื้อดิน (พิมพ์ดิน) ส่วนพิมพ์สำริดมีน้อยมาก พิมพ์พระหูยาน พิมพ์พระเหวัชระและพิมพ์หลวงพ่อจุก สามพี่น้อง (ตรีกาย) ก็พบเห็น พิมพ์ดินทั้งหมด มีช่างชาวอยุธยาได้เช่าจากร้านค้าของเก่าในเมืองลพบุรีไปแทบหมด และออกลูกหลาน เหลน มาให้ได้ชมกันต่อ

พระหูยานผู้เขียนเชื่อว่ามีต้นกำเนิดมาจากพระแผงสาม (ตรีกาย) นั่นเอง ใครจะเชื่อหรือไม่นั้นดูเอาเองและคิดให้ถ้วนถี่ว่าที่ผมพูดเช่นนี้มีความจริง หรือความเท็จแค่ไหน (ถ้าเห็นว่าเป็นเท็จอย่าเชื่อ) พระหูยานมีลักษณะเป็นศิลปสกุลช่างสมัยลพบุรี รูปองค์พระปฏิมากรประทับนั่งปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบบนอาสนะบัวเล็กช้าง 5 กลีบ มีเกสรบัวเป็นเม็ดๆ จุดๆ คล้ายไข่ปลาบนกลีบบัวทั้ง 5 พระศกแบบผมหวี พระเกศมาลามุ่นขมวดคล้ายดอกบัวตูม มีลายเส้น 2 เส้น เฉลียงไปทางขวามือของเรา (ทางซ้ายมือขององค์พระ) คล้ายกับดอกบัวเริ่มผลิตกลีบออกจากกัน (เริ่มบาน) พระกรรณ (หู) ทั้งสองข้างยานยาวจากระดับพระขนงเกือบจรพระอังสา (บ่า) พระพักตร์แสดงอวัยวะแต่ละส่วนออกมาอย่างชัดเจน ดูหน้าดุถมึงทึง บางคนเรียกว่าหน้ายักษ์ รอบบริเวณบนใบหน้า (พระพักตร์) จะแลดูอิ่มเอิบส้นพระขนง (คิ้ว) คล้ายนกบิน คือมีเส้นติดต่อกันตลอด ดวงเนตรเป็น 2 ชั้น ริมฝีพระโอษฐ์แสยะยิ้มเป็นร่อง ด้านหนึ่งทางซ้ายมือของเราจะแลเห็นริมฝีพระโอษฐ์งอนขึ้น (ด้านล่าง) ริมบนงอนลง ในพระกรรณจะมีรอยเส้นลึกลงอย่างเห็นได้ชัด (ของปลอมมักจะไม่ชัด) กรองศอหรือกรองคอจะมีเส้นนูนขึ้นคล้าย กระดูกไหปลาร้าของคนเราแต่กลมกลืนว่า ใบหู (พระกรรณ) ยานยาวเกือบจรดพระอังสา (บ่า) สังฆาฏิจะมีเส้นนูนขึ้น (ไม่ลึกลง) ดูคล้าย 2 เส้น แต่ความจริงด้านบนจะมีเส้นนูนเล็กๆ แซมมาอีก (เส้นนี้สำคัญมากเป็นข้อสังเกตที่น่าพิจารณา) รอยปะหรือรอยขอบจีวรด้านซ้ายมือของเราจะมองเห็นเป็นแผ่นคล้ายแม่พิมพ์แตกจรดกับขอบสบงด้านล่างซ้ายมือ (รอยปะนี้นูนขึ้นคมชัดเป็นจุดสังเกตที่สำคัญยิ่งจุดหนึ่ง) ยิ่งไปกว่านั้นจุดสังเกตที่สำคัญที่สุดในพระหูยานพิมพ์ใหญ่ (นิยม) ใต้ขอบสบงด้านซ้ายมือของตัวเรา จะมีเส้นเล็กๆ ซึ่งเป็นรอยขอบสบง (ซึ่งนักนิยมสะสมทั้งหลายไม่คำนึงถึงนัก) แต่เป็นจุดหนึ่งที่มีความหมายมากและสำคัญมาก ส่วนพิมพ์อื่นหรือกรุอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ จุดสังเกตในองค์ปฏิมาอาจจะไม่มีก็ได้ ซึ่งก็เป็นของแท้เหมือนกัน แต่ชาวกรุงไม่นิยม จะนิยมเฉพาะคนรู้เท่านั้น (โดยส่วนรวมชาวกรุงเทพนิยมเฉพาะพิมพ์ใหญ่ เพียงพิมพ์เดียว)

ด้านหลังขององค์พระหูยานนั้นมีทั้งแอ่งเล็ก หลังลายผ้า หลังเรียบและหลังตัน และโดยมากจะมีลายผ้าหยาบ(ผ้าใบ) ปรากฏอยู่ทั่วๆ แทบทุกองค์ บางองค์บางมาก บางองค์ก็หนาเทอะทะบางองค์ถูกสกัดด้วยของมีคมริมๆ หรือขอบขององค์พระ บางองค์ก็ไม่มี ขนาดของพระหูยานโดยส่วนรวมแล้วมี 3 ขนาด คือ

พิมพ์ใหญ่ มีขนาดสูงประมาณ 5.5 เซนติเมตร
พิมพ์กลาง มีขนาดสูงประมาณ 5.5 เซนติเมตร
พิมพ์เล็ก มีขนาดสูงประมาณ 4.0 เซนติเมตร

เปรียบเทียบพระหูยานพิมพ์ใหญ่กับพิมพ์กลาง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี

หลักการพิจารณาเกี่ยวกับพระกรุเก่า และพระกรุใหม่ มีอยู่ว่า

พระกรุเก่าหรือพระกรุใหม่ เป็นพระที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน ใช้แม่พิมพ์อันเดียวกัน แต่ต่างกันที่สภาพของกรุ เวลาของการพบและการนำออกจากรุ พระกรุเก่ามักจะเกิดมีผิวสนิมดำความอับชื้นที่ทำให้เกิดเชื้อรา และได้ถูกความเค็มเข้าก็จะทำให้พระเปลี่ยนจากสภาพไปได้ทุกโอกาสคือ จากผิวที่ขาวแห้งสนิท เป็นสีดำได้ เหงื่อของคนเราสามารถทำให้พระที่มีความงามเปลี่ยนแปลงเป็นไม้งามได้ (ควรระวัง) เนื้อพระทั่วๆ ไปของกรุเก่าโดยมากมักจะมีรอยผุกร่อนและระเบิดทั่วไปมีสนิมจับซับซ้อน เนื่องจากสภาพของกรุหรือไหแตก เหงื่อหรือหยดเหื่อได้ผสมกับดินเกาะกินเนื้อดีบุกหรือชิน หรือตะกั่วเข้าแล้วจะทำให้เกิดสนิมได้ไวหรือมากกว่า กรุที่สมบูรณ์แบบคือไหไม่แตก ดินไม่สามารถจะเข้าไปคลุกเคล้ากับเนื้อดีบุก ชิน ตะกั่วได้ จึงทำให้พระอยู่สภาพเดิม ซึ่งก็เหมือนกับพระกรุใหม่ปี 08 นั่นเอง จะมีรอยระเบิดหรือผุกร่อนน้อยมาก บางองค์ไม่มีเลย

พระพิมพ์ใหญ่ (นิยม) ให้สังเกตจุดสังเกตในแม่พิมพ์ซึ่งปรากฏในองค์พระตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กลีบบัวกลีบที่สองนับจากซ้ายมือขององค์พระจะยื่นล้ำออกมาข้างหน้ามากกว่ากลีบอื่นๆ รอยนิ้วก้อยนิ้วที่ 5 จะหันกับกลีบบัวกลีบหนึ่งแลดูเป็นเส้นนูนเส้นเดียวกัน รายละเอียดอื่นๆ นอกจากที่กล่าวมาแล้วอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่คนกดพิมพ์(เวลาเทพระลงเบ้า) สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ด้านหลังขององค์พระจะต้องมีลายผ้าหยาบอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง หากเป็นลายละเอียดมากเกินไปมักจะปลอม เป็นของปลอม ส่วนพิมพ์หลังแบบก็มี แต่น้อยคนจะรู้จัก

ในปัจจุบันนี้ได้มีนักผลิตพระปั๊มขึ้นจำนวนมาก และหลายจังหวัดด้วยโดยเอาพระเก่าๆ (เนื้อเก่าๆ) มาปั๊มให้เกิดความสมบูรณ์หรือมีค่านิยมมากกว่าของเดิม เช่นพระหูยานนี้ก็มีผู้ปั๊มซึ่งเป็นพระที่มีราคามาก เมื่อทำการปั๊มเสร็จแล้ว ผู้ปั๊มก็จะทำการตบแต่ง หรือไม่ก็มีบรรดาพวกลูกค้ามาว่าจ้างให้ผลิตเพื่อนำจำหน่ายอีกครั้ง ลูกค้าอาจจะนำไปตบแต่งเอง นับเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื้อพระก็เก่า-แท้ พิมพ์ก็ถูก ที่กล่าวมานี้เป็นการเตือนสตินักเล่นพระเนื้อชินบางคนเท่านั้น (ที่เชื่อถือผม) ได้ตระหนักและไตร่ตรองให้จงดีซะก่อน ราคาต้นทุนองค์ละ 100-200-300 บาท ใครทำปลอมไม่ต้องกล่าวนามเพราะเสียหน้ากระดาษ แต่สามารถนำไปพบตัวได้ (จากพิษณุโลกลงมาถึงกรุงเทพฯ) นี่เป็นเรื่องจริงที่ยกตัวอย่างให้ท่านฟัง ใครไม่เชื่อก็ตามใจ ผมเป็นกรรมการรับพระเนื้อชินครั้งไรเป็นต้องมีพระปั๊มส่งเข้าประกวดทุกที นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง บางครั้งผมบอกไปก็หาว่าผมกลั่นแกล้ง ไม่ยอมพูดจากับผมก็มี ชัดชัดช่า….ๆ…..ๆ ไม่จำแปลกและไม่วอรี่เลยสำหรับคนประเภทนั้น และไม่เคยอวดอ้างกับใครๆ เลยว่าดูพระเนื้อชินเก่ง แต่คนก็ยังรู้กันทั้งเมืองจนได้

พระหูยานมีคุณวิเศษหลายร้อยหลายพันอย่าง ไม่ว่าทางคงกระพันชาตรีหรือแคล้วคลาดพระหูยานสามารถแผ่อิทธิปาฏิหาริย์ให้กับผู้ใช้เป็นที่พึงพอใจมาแล้วเป็นอย่างดียิ่ง นอกจากนั้นพระหูยานยังเป็นพระที่เป็นของกำนัล สำหรับผู้ให้กับผู้รับเป็นอย่างดียิ่ง นอกจากนั้นพระหูยานยังเป็นพระที่เป็นของกำนัล สำหรับผู้ให้กับผู้รับเป็นอย่างดี เช่น การโยกย้าย ของขวัญวันเกิด ของขวัญวันแต่งงาน ของขวัญสำหรับผู้ว่า ของขวัญสำหรับผู้หมวด ของขวัญสำหรับ ผบ.ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายเข้าย้ายออกหรือเลื่อนยศ ปลดย้าย คนที่เคารพนับถือกันในเมืองลพบุรี มักจะมีพระประเภทดังว่านี้ให้เป็นของขวัญเสมอๆ ซึ่งของขวัญหรือของกำนัลเหล่านี้ดีกว่าการให้เงินให้ทองเสียอีก

ผมไม่ได้ว่าใครนะครับ ขอให้ผู้ที่ได้รับจงภูมิใจ เถอะครับว่า พระหูยานนี้คนทั้งเมืองเขาหากันเขาอยากได้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ก็ขอท่านที่เคารพทั้งหลายเลือกสรรหาว่าทั้ง 2 กรุดังกล่าวมานั้น พิศมัยกรุไหนมากเลือกเอาเอง พระหูยานที่แท้องค์ละเป็นหมื่นหรือหลายสิบหมื่นขึ้นไป ใครเขาจะให้ท่าน ในเมื่อเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ คนลพบุรีเองยังคล้องหูยานเก๊กันบานตะไท สัมมหาอะไรกับคนต่างจังหวัด จริงไหมฮับ

ถ้าท่านสงสัยว่าพระหูยานมีปลอมไหม ขอตอบดังๆ และชัดๆ เลยมีปลอมกันมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เพราะพระหูยานใครๆ ก็รู้ว่าเป็นพระยอดดังของเมืองลพบุรี จึงมีผู้ทำปลอมกันเรื่อยๆ มา ขณะนี้ก็ยังปลอมอยู่ สตังค์ดีบุกก็มีคนนำมาหลอมละลายทำเป็นพระหูยานมาแล้ว เนื้อพระประเภทนี้ดูยากมากถ้าเกิดระเบิด มีคนเช่าผิดก็หลายราย มีคนนำมาส่งเข้าประกวดก็มาก ซึ่งก็ไม่ค่อยจะผ่านสายตากรรมการไปได้มากนัก จึงขอเรียนให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบว่า พระหูยานเนื้อสตางค์ 10-20 หรือ 1 สตางค์นั้น ดูยากพอสมควร แต่เราก็สามารถหาจุดได้โดยอาศัยความชำนาญ คือ ลายกนกอันเป็นลายไทยที่เราเห็นนั้นจะไม่ละลายตัวจะมีเศษเล็กๆ น้อยๆ ให้เราได้เห็น (ถ้าส่องกล้องดู) เราสังเกตให้ดี จะรู้เองว่าเนื้อสตางค์ 1 สตางค์ 10 สตางค์ หรือเนื้อสตางค์ 20 นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ถ้าเนื้อดีบุก การเกิดมีรอยระเบิดหรือผุกร่อนจะทำให้ดูยาก มีคนผิดพลาดเรื่องนี้มาก การดูพระหูยานไม่ใช่เรื่องหมูๆ เป็นเรื่องที่ดูได้ยากมาก แต่ก็ไม่สุดความสามารถถ้าสนใจ และพยายามดูของจริงให้มาก อ่านหนังสือทุกเรื่องทุกเล่ม แล้วท่านจะเก่งเอง สำคัญที่สุดถ้าเป็นพระเนื้อสตางค์น้ำหนักจะเบา

สาเหตุที่เรียกชื่อว่าพระหูยานนั้น ผู้ขุดครั้งแรกคงจะเห็นพุทธลักษณะของท่านตรงใบหู (พระกรรณ) ยานยาวจรดบ่านั่นเอง จึงขนานนามของท่านว่าพระหูยาน เพราะใบหูขององค์พระปฏิมายาวกว่าพระประเภทอื่นๆ นั่นเอง ผู้ขุดพบครั้งแรกจึงเรียกท่านว่า "พระหูยาน"

เรื่องพุทธคุณนั้น เห็นจะไม่ต้องกล่าวอ้างมากเกินไป บอกได้ว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมพระเครื่องโดยทั่วไป อย่างมิมีวันเสื่อมคลาย "คงกระพันชาตรี มหาอุตม์ สุดยอดดีทุกอย่าง"

จุดสังเกตที่พึงจดจำไว้ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับพระหูยานที่มีอยู่ตามพุทธลักษณะ ดังต่อไปนี้

1.พระโมลีหรือพระเกศมาลาคล้ายดอกบัวตูมเริ่มผลิกกลีบ (แตกกลีบ)
2. เส้นพระศกมักเกล้าเป็นเส้นถักแนวตั้ง
3. ไรพระศกเป็นเส้นนูนอิสระกลมกลืน
4. พระขนงเป็นเส้นนูนติดต่อกันเหมือนวิหคเหิรลม(นกบิน)
5. ม่านพระเนตรอูม
6. เส้นพระกรรณ ทั้งสองข้างชัดเจน ซ้ายมือเราชัดเจนว่า
7. ริมพระโอษฐ์ด้ายซ้ายมือเราแสยะยิ้มสูงกว่าอีกข้างหนึ่ง
8. ขอบสังฆาฏิ ด้านขวามือเราจะจรดกับปลายพระกรรณ (ปลายหู)
9. เส้นแซมภายในสังฆาฏิ (เส้นสำคัญเส้นหนึ่ง)
10. สร้อยพระศอหรือกรองคอนูนขึ้น
11. เส้นนูนพระปรัศว์ มี 2 จุดคล้ายฟันหนู (บางองค์ชัดเจน บางองค์อาจจะไม่มี
12. รอยซ้อนหรือรอยปะทับของจีวรจะปรากฏลึก แต่นูนขึ้น
13. ขอบอันตวาศกเป็นเส้นนูนกลมกลืนพระอุทรจรดรอยปะ
14. เส้นแซมซ้อนของอันตวาศก (จุดสังเกตที่สำคัญยิ่งจุดหนึ่ง)
15. ขอบจีวรเป็นเส้นนูนจรดข้อพระกร
16. นิ้วเท้าทั้ง 5 ชัดเจนมาก
17. เกษรบัวมี 13 จุด
18. บัวกลีบที่ 2 ขวามือเราจะนูนมากกว่าบัวกลีบอื่นๆ (ยื่นออก)
19. นิ้วก้อยจรดพระชานุทับกลีบบัวกลีบแรก (ซ้ายมือเรา) เป็นเส้นเดียวกัน

•••••••••••••••••••••••••

www.soonphra.com
ศูนย์พระดอทคอม
คลังข้อมูลพระเครื่องออนไลน์
ติดต่อโฆษณา ที่ ad@soonphra.com หรือ 01-6324576
Copyright 2002 Soonphra.cosm Allright Reserved