หน้าหลักศูนย์พระเครื่องห้องแสดงพระวิธีเช่า-สั่งจองเว็บบอร์ดติดต่อโฆษณา
 
  พระคงลำพูน
โดย จ.ส.อ. เอนก เจกะโพธิ์


พระคงลำพูน

ด้านหลัง
เจ้าของ-คุณพยัพ คำพันธุ์
ขอขอบคุณ
คุณพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง-พระบูชาไทย
เอื้อเฟื้อรูปพระคง เนื้อแดง หายาก เพื่อเป็นวิทยาทาน

พระคงลำพูน


พระคงหรือพระลำพูนเป็นพระเนื้อดินเผาสกุลช่างลำพูน มีอายุการสร้างเกินกว่า 900 ปีเศษ
การขุดค้นพบวันเดือนปี ใดไม่ปรากฏหลักฐานการขุดค้นพบ เพียงแต่รู้ว่าพบที่วัดพระคงฤาษี
เป็นวัดแรก บรรดานักนิยมพระทั้งหลายจึงเรียกขานขนานนาม พระสกุลลำพูนนี้เป็นพระคง (ลำพูน)
แต่โบราณนานมามีการเรียกขานกันว่า พระลำพูนเท่านั้น ไม่มีคำว่าว่าพระคง มาภายหลังจึง
เรียกว่า พระคง องค์พระหรือเอกลักษณ์ขององค์พระมีขนาดหนากว่าพระบางค่อนข้างมากกว่า
แต่มีศิลปเนื้อหาสาระคล้ายคลึงกันทั้งแบบพิมพ์และสกุลช่าง ผิดกันตรงการวางแขนเท่านั้น
ส่วนอื่นคล้ายคลึงกันแทบทั้งสิ้น

พุทธลักษณะของพระคงลำพูน (ลำพูน)

เป็นพระนั่งปางมารวิชัยอันเป็นภาพตอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ณ โพธิฤกษมูล ริมแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา เมืองราชคฤน์ แคว้นมลธ ในวันวิสาขะบูรณมี
นั่งขัดสมาธิเพชรอยู่บนฐานรัตนบัลลังค์ กับประกอบด้วยบัวลูกแก้ว มีจำนวนที่นับได้ 18 จุด
(บน 9 จุด ล่าง 9 จุด) มีประภามลฑลครอบพระเศียรและมีเส้นพระฉัพพรรณรังสีข้างพระองค์ทั้ง
2 ข้างเป็นเส้นขนานระยะช่องไฟเท่ากับจรดที่ไหล่ และจดที่ฐานรัตนบัลลังค์ มีใบโพธิ์ทั้งสิ้น
20 ใบ มีทั้งชูก้านและลู่ลมพริ้วสลวย ออกแบบโดยช่างชาวเหนือสมัยโบราณมีขนาดความกว้าง
ขององค์พระประมาณ 1.8 ซ.ม. ด้านหลังนูนมากกว่าพระค่อนข้างมาก

เนื้อพระ เป็นเนื้อดินเผาละเอียด บางองค์มีแร่ดอกมะขาม(ในองค์ที่ใช้สึกกร่อน) มีสีอยู่หลายสี
อาทิเช่น สีพิกุลแห้ง สีหม้อใหม่ สีขาว สีบาง สีเขียว สีสวาท พระคงแต่ละองค์มีสีอ่อนแต่ไม่เหมือน
กัน เพราะเป็นพระดินเผา (เผาไม่พร้อมกัน) บางทีอาจจะเป็นเพราะการฝังกรุที่มีความเรียบร้อย
สมบูรณ์แบบกับการบรรจุหรือฝังในกรุที่ไม่สมบรูณ์แบบก็อาจจะเป็นได้ ในเรื่องของสีผิว
และคราบกรุที่ผิดเพี้ยนกันได้

เรื่องพุทธคุณ ของพระคงลำพูน หรือพรลำพูน กล่าวกันเป็นเสียงเดียวกันว่าป้องกันอุบัติภัย
ได้ร้อยสี่พันอย่างหนำซ้ำยังเป็นพระที่มีเสน่ห์ทางเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่าน
พ้นมา พระคำพูนราคาแพงที่สุด สูงลิบลิ่ว ราคาหลักแสนทีเดียว ซึ่งนับเป็นพระเครื่องที่มีอายุ
ค่อนข้างมากนั่นเอง ประชาชนและนักนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายได้ตระหนักเป็นอย่างดีแล้วว่า
พระลำพูนที่มีความเก่าแก่มีอายุการสร้างอันยาวนาน มีศิลปที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และหวงแหน
นับเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่ควรแก่การรักษา

เนื้อพระ
เป็นเนื้อดินเผาละเอียด บางองค์มีแร่ดอกมะขาม(ในองค์ที่ใช้สึกกร่อน) มีสีอยู่หลายสี อาทิเช่น สีพิกุลแห้ง สีหม้อใหม่
สีขาว สีบาง สีเขียว สีสวาท พระคงแต่ละองค์มีสีอ่อนแต่ไม่เหมือนกัน เพราะเป็นพระดินเผา (เผาไม่พร้อมกัน) บางทีอาจจะเป็นเพราะ
การฝังกุรที่มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบกับการบรรจุฝังในกรุที่ไม่ บางทีอาจจะเป็นเพราะการฝังกรุที่มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ
กับการบรรจุหรือฝังในกรุที่ไม่สมบรูณ์แบบก็อาจจะเป็นได้ ในเรื่องของสีผิวและคราบกรุที่ผิดเพี้ยนกันได้

เรื่องพุทธคุณ ของพระคงลำพูน หรือพรลำพูน กล่าวกันเป็นเสียงเดียวกันว่าป้องกันอุบัติภัยได้ร้อยสี่พันอย่างหนำซ้ำยังเป็น
พระที่มีเสน่ห์ทางเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านพ้นมา พระคำพูนราคาแพงที่สุด สูงลิบลิ่ว ราคาหลักแสนทีเดียว
ซึ่งนับเป็นพระเครื่องที่มีอายุ ค่อนข้างมากนั่นเอง ประชาชนและนักนิยมสะสมพระเครื่องทั้งหลายได้ตระหนักเป็นอย่างดีแล้วว่า
พระลำพูนที่มีความเก่าแก่มีอายุการสร้างอันยาวนาน มีศิลปที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และหวงแหน นับเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่ควรแก่
การรักษา

ใครเป็นผู้สร้างพระตระกูลลำพูน โปรดอ่านประวัติพระนางจามเทวีตามทบความต่อไปนี้เปรียบเทียบเอาเอง

เมืองลำพูนเป็นเมืองหนึ่งอยู่มณฑลพายัพ ปี พ.ศ. 2443 สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯโปรดเกล้าฯให้ตั้งเมืองขึ้นและให้ปกครอง
เป็นมณฑลเทศาบาล

จังหวัดลำพูนตามพงศาวดารโยนกเดิมเรียกชื่อว่า เมืองหริภุญชัยเป็นถิ่นฐานของพวกเมงคบุตร( คือพวกชนเผ่ากสุลในสุวรรณภูมิ
ภาคเหนือ อันเป็นสาขาหนึ่งของชนเผ่ามอญ เขมรจาอาณาจักรพนม)
คำว่าเมงคบุตร หมายถึงพวกลูกน้ำระมิงค์หรือพิงค์ (แม่น้ำปิง)
ต่อมาปี พ.ศ. 1200 ได้มีฤาษีสององค์ชื่อ สุเทวฤาษีและสุกกทกตฤาษีได้รวบรวมผู้คนสร้างหริภุญชัยนครขึ้น เมื่อสร้างเสร็จแล้ว
ได้ไม่มีผู้ใดจะเหมาะสมเป็นผู้ครองนครได้ จึงให้ควิยบุรุษเป็นทุตไปทุลเชิญพระนางจามเทวีพระราชธิดาของเจ้ากรุงละโว้
(ละวะปรุะหรือลพบุรี) อันเป็นกุลสตรีที่ ประเสริฐเจริญด้วยศีล และมีความปรีชาสามารถยิ่ง

พระนางจามเทวีทรงสมัครพระทัยเดินทางมาหริภุญชัยโยทางเรือตามแม่น้ำปิง ใช้เวลาเดินทาง 7 เดือนจึงถึงหริภุณชัย
พระนางทรงทำพระราชพิธีราชาภิเษกได้ 7 วัน ก็ทรงประสูติพระราชโอรสแฝด ทรงพระราชทานพระนามองค์เชษฐาว่า มหันตยศกุมาร
และองค์อนุชาทรงพระนามว่า อนันตยศกุมาร ต่อมาด้วยบารมีของพระนางทรงได้เสวตไอยราศีกายเผือกดังเงินยวงงามีสีเขียว
เรียกเป็นภาษาพิ้นเมืองว่า "ภู่ก่ำงาเขียว" จากเชิงเขาอ่างสลง(อ่างสลงเขาหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่)

ในสมัยของพระนางจามเทวี ได้ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองทั้งด้านการศาสนาและการปกครองด้านการศาสนาพระนางได้มีความเลื่อมใส
ในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งจึงได้สร้างพระอารามสำคัญขึ้นประจำจตุรทิศของพระนครเพื่อเป็นพุทธปราการ ปกป้องคุ้มครองพระนคร
ให้พัฒนาสถาพรปราศจากภัยพิบัติมีวัดต่างๆ ดังนี้

1. วัดพัทธาราช (วัดพระคงฤาษี) เป็นพุทธปราการประจำฝ่ายทิศเหนือ
2. วัดอรัญญิกรกรันนราม (วัดดอนแก้ว) เป็นพุทธปราการประจำฝ่ายทิศตัวันออก
3. วัดมหาวราราม (วัดมหาวัน) เป็นพุทธปราการรักษาทางฝ่ายทิศตะวันตก
4. วัดมหาสัตตามราม (วัดประตูลี้) เป็นพุทธปราการอารักขาทางฝ่ายทิศใต้

พระอารามทั้ง 4 นี้ยังปรากฏอยู่ตามตำนาน ชาวบ้านยังคงเรียกว่าวัดสี่มุมเมือง ปริอรรถาธินายยกเรียกว่า จตุรพุทธปราการ
แต่ก็ยังมีพระอารามอีกแห่งหนึ่งที่พระนางจามเทวีทรงสร้างไว้ คือ มาลุวาราม(วัดสันป่ายาง) ในดงบาง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ห่างจากศาลากลางไปตามถนนอินทรยงยศประมาณ 2 กม. เป็นพระอารามที่ใช้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระนาง
จามเทวี และพระเจ้ามหันตยศ กับทั้งเป็นที่ตั้งพระเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิของพระเจ้าอันตยศในการต่อไป

นอกจากนั้นพระชนม์ชีพของพระองค์ หลังจากได้ทรงเวนคืนราชสมบัติให้แก่พระเจ้ามหันตยศพระราชโอรสแล้วเมื่อวันขึ้น 1 ค่ำ
เดือน 10 ปีมะโรง พุทธศักราช 1236 พระนางมีพระชนมายุได้ 60 พรรษา ได้ทรงสละเพศเป็นชีผ้ายาว โดยแม่ชีจามเทวีทรงปฏิบัติ
ศาสนา ณ สำนักอารามจามเทวี จนกระทั่งในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเมีย พุทธศักราช 1274 แม่ชีจามเทวีก็ได้ถึงแก่มรณะ
โดยปราศจากโรคใดๆ และได้จัดพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ เมื่อวันแรม 3 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก พุทธศักราช 1436 ศิริพระชนมายุ
ได้ 98 พรรษา หลังตากถวายพระเพลิงอดีตกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัยแล้ว ก็ได้นำพระอัฐิบรรจุไว้ ณ อารามจามเทวี โดยนครหริภุญชัย
เขลางนคร และระมิงค์ได้ร่วมกันไว้ทุกต่ออีก 1 ปี

เมื่อทุกท่านได้อ่านเรื่องเหล่านี้จบแล้ว คงไม่สงสัยว่าใครเป็นผู้สร้าง พระรอด พรคง พระยัง (พระลพ) หรือพระเปิน เป็นแน่แท้
เพราะว่า พระต่างๆ ดังกล่าว บรรจุอยู่ในพระเจดีย์ที่พระนางจามเทวีเป็นผู้สร้างมาแล้วทั้งสิ้น เรื่องความแสลงใจสงสัยต่างๆ
คงจะหายไปจริงไหมครับ

สำหรับพระคง (ลำพูน) พระบาง (พระพัง) พระเปิน พระรุก พระรพ พระต่างๆ เหล่านี้มีด้วยกันหลายกรุ แม้แต่ที่ใต้ฐานพระประธาน
ของพระองค์ใหญ่ในวัดพระธาตุหริภุญชัย เมื่อประมาณปี 14-15 ก็มี การแตกกรุออกมาจำนวนมาก เป็นพระที่เซียนทั้งหลายเรียกขาน
กันว่าพระคงกรุใหม่ก็มี นอกจากพระรอดวัดมหาวันแล้ว พระอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายวัด ศิลปสมัยโดยมากเป็นศิลป
ทวาราวดีผสมลพบุรี บางคนกล่าวกันว่าเป็นศิลปหริภุญชัยอย่างสมบูรณ์แบบก็ต้องพิจารณากันไป

อุนสาวรีย์พระนางจามเทวี ตั้งอยู่ตำบลในเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร
มีข้อความจารึกไว้ดังนี้


พระนางจามเทวีเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย (ลำพูน) พระนางทรงเป็นปราชญ์ผู้มีความกล้าหาญ ทรงคุณธรรม
และยังมีพระศิริโฉมงดงาม พระนางได้นำพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนลานนาไทยเป็นเบื้องแรก
ซึ่งทำให้ลานนาไทยเจริญรุ่งเรื่องทั้งด้านการศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างและเปิดเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2525 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารฯ เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธี

จุดสำคัญ


1. ใบโพธิ์ทั้งหมด 20 ใบตั้งและลู่ลมพริ้วและดูสลวย มีจำนวนเท่ากันในโพะของพระนาง

2. มีประภามณฑลรอบศีรษะ(รัศมี) เหมือนพระบางพระเปิน

3. บางองค์มีพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ พระกรรณ พระศก ชัดเจนมาก

4. ข้อศอกผิดกันกับพระบางคือ ศอกตั้งฉากกับลำพระองค์(ลำตัว) ส่วนพระบางศอก
ตั้งเฉียงลำพระองค์

5. บัวลูกแก้วทั้งล่างและบนมีจำนวนข้างละ 9 กลีบหรือเก้าจุด รวมเป็น 18 จุด เท่ากับพระบาง

6. ถ้าเป็นพระเนื้อสีเขียวมอยจะมีคราบเหลืองเสมอเว้นบางองค์เท่านั้น ด้านหลังองค์พระคง
จะมีความนูนหนากว่าพระบางค่อนข้างมากสรุปควรจะสังเกตที่ข้อศอกเท่านั้น
  www.soonphra.com
ศูนย์พระดอทคอม
คลังข้อมูลพระเครื่องออนไลน์
ติดต่อโฆษณา ที่ ad@soonphra.com หรือ 01-6324576
Copyright 2002 Soonphra.com Allright Reserved